สกู๊ปข่าว จากเศรษฐกิจพอเพียงสู่ โคก หนอง นา ที่พร้อมนำพาชุมชนให้เข้มแข็ง

นายนคร อมรินทร์ เกษตรกรบ้านเหล่าภูมี ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ตอนแรกก่อนที่จะมาทำ โคก หนอง นา ตัวเองทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงอยู่สวนข้างเคียงมาก่อน พอได้ยินว่าสำนักงานพัฒนาชุมชนมีโครงการ โคก หนอง นา ออกมา ใครที่มีความประสงค์อยากจะเข้าร่วมให้ไปสมัครได้ ก็เลยไปสมัคร ซึ่งจริงๆทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการที่คล้ายๆกันเป็นของพ่อหลวง แต่จะต่างตรงที่โครงการเศรษฐกิจพอเพียงจะไม่มีหนอง ไม่มีโคก ไม่มีนา คือจะทำการปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด และปลูกผักทุกอย่างไว้กินเอง แต่โคก หนอง นา จะมีโคก มีหนอง มีนา โดยโคกเราจะปลูกไม้สูง ไม้กลาง ไม้เตี้ย ไม้เรี่ยดิน ไม้กินหัว ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ตนเองได้มีการจัดเป็นโซนไว้อยู่แล้ว คือ ต้นไม้ ผลไม้แต่ละอย่าง แต่ละชนิด เราจะแบ่งโซนการปลูก ไม่ได้ปลูกผสมผสาน เช่น ไผ่ก็อยู่ส่วนต้นไผ่ มะพร้าวกับกล้วยก็อยู่อีกโซนแต่ใต้โคนต้นกล้วย ต้นมะพร้าวจะเอาผักประเภทกินใบมาปลูกด้วย ประเภท ฟักทอง บวบ มะระ ตำลึง เพราะเรารดน้ำใส่ปุ๋ยเพียงครั้งเดียวก็สามารถเก็บกินได้เลย ที่สำคัญคือประหยัดเนื้อที่ ซึ่งถ้าเรารอแต่มะพร้าวกว่าจะออกลูกก็ 4-6 ปี แต่ช่วงระหว่างรอเราก็ได้กินผักพวกนี้ไปก่อน

สำหรับรายได้ของตนเองเกี่ยวกับ โคก หนอง นา ในตอนนี้ยังไม่มีรายได้ แต่ได้กินพืชผักตลอดเวลา อย่างเช่น ถัว บวบ เผือก หน่อไม้ มะละกอ ที่เหลือก็แบ่งให้ญาติๆไปรับประทาน ซึ่งจากประสบการณ์ที่เราทำเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้วพอเอามาปรับใช้กับโคก หนอง นา ที่เมื่อก่อนตรงนี้เป็นทุ่งนาปลูกแต่ข้าวอย่างเดียว พอมาทำโคก หนอง นา เราสามารถต่อยอดไปได้หลายอย่างเพราะมีน้ำที่สามารถหล่อเลี้ยงพืชได้ทุกชนิด ซึ่งจากวันที่เริ่มทำมาจนถึงวันนี้ประมาณ 3 เดือน ถือว่าช่วยครอบครัวได้เยอะมา อย่างปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ก็ไม่ได้รับผลกระทบมีแล่งอาหารให้รับประทานได้ตลอด ไม่ต้องไปตลาด ไม่ต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ต เราเก็บที่จากที่เราปลูกได้ทุกอย่าง สำหรับอนาคตต่อไปก็คิดว่าการทำโคก หนอง นา คงจะมีการแตกแขนงออกไปเรื่อย ๆ เพราะปัจจุบันมีคนในชุมชนสนใจในเรื่องนี้เยอะมาก มีเข้ามาเรียนรู้และนำไปดัดแปลงให้เข้ากับพื้นที่ของแต่ละคน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :