นรข.นครพนม จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 72,000 เม็ดและกัญชาเกือบ 1 ตัน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมบัติ จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง น.อ.พรภิรมย์ ยศบุญ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผู้กำกับสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ ผู้กำกับพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม นายปิตานนท์ ปัญญา นายอำเภอท่าอุเทน พ.ต.ท. ฌานนท์ เนื่องกัลยา รองผู้กำกับสืบสวน สภ.ท่าอุเทน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 72,000 เม็ด กัญชาอัดแท่ง 940 แท่ง/กิโลกรัม และเรือลำเลียง 1 ลำ หลังได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่บริเวณด้านใต้

โดยหลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันตรวจสอบข่าว พร้อมจัดชุดลาดตระเวนกระจายกำลัง ทั้งทางบกและทางน้ำเข้าตรวจสอบพื้นที่ กระทั่งเวลา 4.00 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ได้ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากบริเวณกลางแม่น้ำและลอยลำมาจอดริมฝั่งแม่น้ำโขงตามที่ได้รับแจ้ง ห่างจากจุดที่ชุดลาดตระเวนดักซุ่มประมาณ 100 เมตร จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คน ที่มากับเรือได้พยายามขนวัตถุบางอย่างลงจากเรือด้วยความเร่งรีบ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจสอบ เมื่อชายฉกรรจ์เห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทิ้งของทั้งหมดวิ่งหลบหนีทันที เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่จับมาได้ 1 คน ส่วนอีกคนหลบหนีไปในความมืดได้ ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนในพื้นที่ตำบลท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน อายุ 47 ปี ได้รับการจ้างวานให้มาขนยาเสพติดกับเพื่อนที่หลบหนีไปได้ที่เป็นคนบ้านนาเหนือ โดยการรับจ้างครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลงมือทำและไม่ทราบชื่อผู้จ้างวาน ส่วนค่าจ้างจะได้รับเมื่อทำงานเสร็จคนละ 8,000 บาท ซึ่งก่อนลงมือได้มีการเสพสารเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งนำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาไม่ทราบว่าผู้ใดจ้างวาน โดยจะมีการเร่งขยายผลเพิ่มเติมจากหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งถ้าหากผู้ต้องหาไม่ให้การเป็นเท็จก็จะมีการเชื่อมโยงเพื่อจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดมาดำเนินคดีได้โดยเร็ว สำหรับโทษผู้ที่นำเข้ายาเสพติดมาในราชอาณาจักรมีโทษสูงสูดคือประหารชีวิต โดยในโอกาสนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกคนยังได้กล่าวขอบคุณประชาชนพลเมืองดีในพื้นที่ที่ได้แจ้งเบาะแสเข้ามาจนนำไปสู่การตรวจยึดและจับกุมในครั้งนี้ และในอีกหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ให้หมดไป


image รูปภาพ
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :