ศบค. ชุดใหญ่ปรับมาตรการ สอดคล้องกับผลตอบรับการเปิดประเทศ พบนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยกว่า 50,000 คน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (แดงเข้ม)

6 จังหวัด ประกอบด้วย ตาก นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง)

39 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี ขอนแก่น จันทบุรี ชลบุรี ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ฉะเชิงเทรา ตรัง ตราด นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรีพระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิษณุโลก พิจิตร เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี อ่างทอง อุดรธานี และอุบลราชธานี

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม)

23 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ บุรีรัมย์ พะเยา แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย สิงห์บุรี สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ

พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง)

5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม น่าน บึงกาฬ มุกดาหาร และสกลนคร

พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า)

4 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. กระบี่ พังงา และภูเก็ต

ทั้งนี้ ศบค. เห็นชอบเลื่อนการเปิดบริการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ

จากเดิมวันที่ 1 ธ.ค. 2564 เป็นวันที่ 16 ม.ค. 2565 เพื่อให้สถานประกอบการดำเนินการเตรียมความพร้อมปรับสถานที่ให้สอดคล้องกับมาตรการที่กำหนด

1.ผู้ประกอบการปรับปรุงสภาพแวดล้อมระบบระบายอากาศ และเร่งรัดให้บุคลากรได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ 100%

2.กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. ขึ้นทะเบียนและตรวจประเมินสถานบันเทิงตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนด เพื่ออนุญาตให้เปิดเฉพาะที่ผ่านการประเมินเท่านั้น

3.สถานบันเทิงเปิดดำเนินการโดยเคร่งครัดมาตรการ

4.กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. กำกับติดตามการเปิดดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากเกิดการระบาดให้พิจารณาปิดบริการ

ทั้งนี้หากผู้ประกอบการหรือจังหวัดใดมีความพร้อมสามารถเสนอแนวทางเพื่อให้ ศบค. พิจารณา หากเห็นว่ามีความพร้อมและมาตรการรัดกุม อาจพิจารณาให้เปิดดำเนินการได้ก่อนวันที่ 16 ม.ค. 2565

การเปิดประเทศกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าในประเทศไทย ทั้งรูปแบบ Test and Go / Sandbox / กักตัว 7-10 วัน โดยยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 – 16 พ.ย. 2564 มีจำนวน 54,939 คน แบ่งเป็น Test & Go จำนวน 39,930 คน Sandbox จำนวน 12,551 คน และรูปแบบกักตัว 7 – 10 วัน จำนวน 2,458 คน

พบมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อโควิดจำนวน 65 ราย จาก 10 ประเทศต้นทาง

1. ไนจีเรีย

2. ศรีลังกา

3. ซาอุดิอาระเบีย

4. ตุรกี

5. รัสเซีย

6. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

7. สหราชอาณาจักร

8. กาตาร์

9. โปแลนด์

10. เบลเยี่ยม

สำหรับ Thailand Pass QR Code หรือ เอกสารรับรองการเดินทางเข้าประเทศแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารต่าง ๆ ก่อนเดินทางเข้าไทยแทนการออกเอกสาร COE เพื่อลดขั้นตอนการกรอกและอัปโหลดเอกสารของผู้เดินทางก่อนเข้าประเทศไทย

ขั้นตอนขอ Thailand Pass ลงทะเบียน

1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ tp.consular.go.th (เริ่ม 1 พ.ย. 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป) อย่างน้อย 7 วัน พร้อมยื่นหลักฐาน

2.กรมควบคุมโรคตรวจสอบข้อมูล และอนุมัติเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ผ่านระบบ ภายใน 3 - 5 วัน

3.กรณีได้รับการอนุมัติแล้วผู้ลงทะเบียนจะได้รับอีเมล QR Entry Code หรือ Thailand Pass ID ที่จะใช้เมื่อเข้าสู่ประเทศไทย

เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้เดินทางสามารถดาวน์โหลด Thailand Pass QR Code ได้ทันทีเพื่อนำไปแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่คัดกรอง พร้อมกับผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง โดยไม่ต้องกรอก ตม.8 และ ตม.6 เมื่อเดินทางถึงไทย ซึ่งต้องดาวน์โหลด ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” เท่านั้น

เอกสารลงทะเบียน Thailand Pass รับ QR Code เข้าไทย

1.หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต

2.ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด

3.ประกันโควิด ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 เป็นต้นไปผู้เดินทางเข้าไทยต้องมีกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองขั้นต่ำ 50,000 ดอลลาร์

4.หลักฐานยืนยันการจองโรงแรม ASQ หรือยืนยันการจองโรงแรม SHA+

5.สำเนาวีซ่าเข้าประเทศไทย (หากจำเป็น)

ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย ตามประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ มีดังนี้

1. ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป เว็บไซต์ COE https://coethailand.mfa.go.th/ จะปิดรับคำร้อง COE ทั้งหมด

2. ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป ผู้ประสงค์เดินทางเข้าประเทศไทยสามารถลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass ทางเว็บไซต์ https://tp.consular.go.th/ ผู้ลงทะเบียนในระบบใหม่จะได้รับ Thailand Pass QR Code เพื่อใช้แสดงต่อสายการบิน และเจ้าหน้าที่คัดกรอง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง

3. ผู้ที่ได้รับ COE ไปก่อนหน้านี้ สามารถใช้ COE ฉบับที่เคยได้รับไปแล้วได้ และสามารถขอรับเงินคืน (refund) ได้โดยตรงจากโรงแรมของท่าน

4. เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน แต่เดินทางพร้อมผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์แล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้

ภายใต้เงื่อนไข ไม่ต้องกักตัว (รอผลตรวจในโรงแรมที่กำหนดไม่น้อยกว่า 1 คืน) เช่นเดียวกับผู้ปกครอง

5. ผู้ที่เข้าข่ายไม่ต้องกักตัวจะต้องพำนักอยู่ในประเทศที่ได้รับอนุญาต ไม่ต่ำกว่า 21 วัน

นอกจากนี้ข้อมูลตั้งแต่ 1- 13 พ.ย. 2564 มีผู้ลงทะเบียนเพื่อขอรับ Thailand Pass ผ่านเว็บไซต์ tp.consular.go.th แล้วจำนวน 173,637 ราย ได้รับการอนุมัติ 134,086 ราย

หากมีข้อสงสัยสอบถาม Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หมายเลข 02 572 8442 (30 คู่สาย) หมายเลขมือถือ 065-205-4247, 065-205-4248 และ 065-205-4249 (24 ชั่วโมง) และอีเมล support@tp.consular.go.th


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :