จัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่ม 30 ล้านโดส เตรียมส่งมอบไตรมาส 1 - 3 ของปี 2565

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับปี 2565 จากบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด (Pfizer) เพิ่มเติม จำนวน 30 ล้านโดส และเห็นชอบการลงนามในสัญญา Third Amendment to Manufacturing and Supply Agreement ระหว่างกรมควบคุมโรคและบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด ให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาดังกล่าว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ กำหนดส่งมอบในไตรมาสที่ 1-3 ของปี 2565 ครอบคลุมกรณีที่ บจ.ไฟเซอร์ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงวัคซีนในประเทศไทย จากวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้เป็นวัคซีนที่มีการพัฒนาใหม่เมื่อมีการพัฒนาสำเร็จเป็นวัคซีน Gen ใหม่ที่เป็นวัคซีนสำหรับเด็ก

ทั้งนี้ การดำเนินการจัดซื้อวัคซีนเป็นตามสัญญา Manufacturing and Supply Agreement ที่เป็นสัญญาหลัก ทำให้มีจำนวนวัคซีนที่ประเทศไทยจัดซื้อจาก บจ.ไฟเซอร์ รวมทั้งสิ้น 60 ล้านโดส ทั้งนี้ การดำเนินการจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมเป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.แล้วด้วย

ขณะเดียวกัน ภญ.สุนัยนา กิจเกษตรไพศาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แซดพี เทอราพิวติกส์ ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทย ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 64 ว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ได้อนุมัติเพิ่มแหล่งผลิตวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นแหล่งผลิตสมทบเพิ่มเติมจากแหล่งผลิตในยุโรปที่เคยได้รับการอนุมัติไปแล้ว เพื่อให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนโมเดอร์นาได้รวดเร็ว โดยบริษัทจะสามารถนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาในรอบถัดไป 1.4 ล้านโดส จากแหล่งผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา และจะเริ่มทยอยนำเข้าในช่วงประมาณ ปลาย พ.ย. - ต้น ธ.ค. เพื่อส่งมอบให้องค์การเภสัชกรรมและสมาคมโรงพยาบาลเอกชนต่อไป ซึ่งนั่นหมายถึงจะสามารถส่งมอบวัคซีนทั้งหมดในปีนี้ รวม 1.9 ล้านโดส ตามแผนการส่งมอบวัคซีนทั้งหมดของปี 2564

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด 19 กระทรวงมหาดไทย และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งรัดการฉีดในผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยกำหนดจัดสัปดาห์ฉีดวัคซีนสู่เป้าหมาย 100 ล้านโดส ระหว่างวันที่ 27 พ.ย. - 5 ธ.ค. 2564 เนื่องในวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข และวันพ่อแห่งชาติ

โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากกลุ่มนี้ เมื่อป่วยจะเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง รวมถึงให้ขยายการฉีดใน กลุ่มแรงงานต่างด้าว ทั้งที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยเน้นให้ความรู้ถึงประโยชน์ของวัคซีนโควิด - 19 กระตุ้นให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้ารับการฉีดมากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาด ลดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสร้างความปลอดภัยให้ทุกคนในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวรองรับนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล

รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขได้ออกแบบมาตรการ COVID Free Setting เพื่อให้การเปิดกิจการ/กิจกรรม สถานบริการต่าง ๆ รวมถึงการเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาลมีความปลอดภัย โดยมาตรการ COVID Free Setting จะประกอบด้วย

• บุคลากรต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์

• ผู้รับบริการหากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ จะต้องตรวจคัดกรองด้วย ATK ก่อนเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและผู้รับบริการรายอื่น

ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งให้โรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงาน และองค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตาม


image รูปภาพ
image


คะแนนโหวต :