<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/224</link>
<atom:link href="https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/index/id/224" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[แอพพิเคชั่นเที่ยวนครพนม]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/224/iid/49699</link>
<guid isPermaLink="false">b47d657c27ba0ef556ea888872568671</guid>
<pubDate>Wed, 20 Oct 2021 09:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://nakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20211020baec6461b0d69dde1b861aefbe375d8a090112.png' type='image/png' length='3650126' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/224/iid/3447</link>
<guid isPermaLink="false">73945e1c9c4561c223bfec96fd663c94</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 10:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp;พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า)&nbsp;</strong>สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยพระยาพนมนครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรพ) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว โดยว่าจ้างให้นายกูบาเจริญ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ปี พ.ศ. ๒๔๖๘ พระยาพนมนครานุรักษ์ (อุ้ย นาครทรรพ) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล จึงขายจวนหลังนี้ให้กระทรวงมหาดใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;วันที่ ๑๒-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระราชินีได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรจังหวัดนครพนม และประทับแรมที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม &nbsp;ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ อาคารถูกปิดตาย เนื่องจากความเก่าและทรุดโทรม จนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ อาคารถูกยกเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร และบูรณะในปี ๒๔๔๙ และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ในที่สุด &nbsp;</p>

<h4><strong>นิทรรศการชุด &ldquo;เล่าขาน อดีตกาล เมืองนคร&rdquo; แบ่งเป็น 2&nbsp;ชั้น มีทั้งหมด 10&nbsp;ห้อง ดังนี้</strong></h4>

<p><strong>1)&nbsp;&nbsp;ห้องพื้นเมืองนคร&nbsp;</strong>&nbsp;ตำนานอุรังคธาตุได้กล่าวถึงความเป็นมาของเมืองศรีโคตบูร จนเป็นมรุกขนคร มีบุคคลสำคัญและสถานที่ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายก่อนพื้นที่ตรงนี้จะกลายมาเป็นจังหวัดนครพนมในปัจจุบัน</p>

<p><strong>2)&nbsp;&nbsp;ห้องเจ้าเมืองเรืองนาม&nbsp;</strong>&nbsp;จวนแห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมมาตั้งแต่อดีต ห้องนี้จึงรวบรวมภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมทั้งหมดตั้งแต่คนแรกจนถึงคนปัจจุบันที่หาชมได้ยากยิ่ง</p>

<p><strong>3)&nbsp;&nbsp;</strong><strong>ห้องวัฒนธรรมหลากหลาย&nbsp;</strong>จังหวัดนครพนมถือเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มชนต่างๆ เข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่เชื่อมไปสู่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน</p>

<p><strong>4)&nbsp;&nbsp;ห้องเมื่อครั้งยังเสด็จฯ&nbsp;&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระราชินีได้เสด็จฯเยี่ยมราษฎรเมืองนครพนมในครั้งนั้น กลายเป็นภาพแห่งความประทับใจที่ยังตราตรึงในใจของชาวนครพนมมิลืมเลือน</p>

<p><strong>5)&nbsp;&nbsp;ห้องคืนประทับแรม&nbsp;&nbsp;</strong>เมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯเมืองนครพนมปี พ.ศ.๒๔๙๘ พระองค์ได้เข้าประทับแรมที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เครื่องเรือนที่พระองค์ใช้นั้นได้นำมาจากพระราชวัง โดยใช้เวลาร่วมเดือนในการตกแต่ง&nbsp;</p>

<p><strong>6)&nbsp;&nbsp;ห้องพสกนิกรแซ่ซ้อง&nbsp;&nbsp;</strong>ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ พสกนิกรจังหวัดนครพนมต่างปลื้มปิติที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระราชินีเสด็จฯ ชาวบ้านทุกหมู่เหล่าต่างมารอรับเสด็จฯอย่างเนืองแน่น และหนึ่งในนั้นคือ คุณยายตุ้ม ผู้ถวายดอกบัวสาย&nbsp;</p>

<p><strong>7)&nbsp;&nbsp;ห้องพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;</strong>&nbsp;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>

<p><strong>8)&nbsp;&nbsp;ห้องเปิดบันทึกท่านสง่า&nbsp;&nbsp;</strong>การเตรียมการรอรับเสด็จฯในครั้งนั้น ท่านสง่าซึ่งเป็นปลัดจังหวัดในขณะนั้น ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการปรับปรุงจวนแห่งนี้ ท่านได้เขียนบันทึกไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่ง จวนแห่งนี้เคยมีการเตรียมการเพื่อรับรองเจ้านาย</p>

<p><strong>9)&nbsp;&nbsp;ห้องนิทรรศการหมุนเวียน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>มีเรื่องราวมากมายในนครพนมที่หลายคนยังไม่รู้ ห้องนี้จึงมีเรื่องราวมาจัดแสดงแบบไม่หยุดนิ่ง&nbsp;</p>

<h4><strong>นอกจากนี้อาคารด้านหลังยังได้ปรับปรุงเพื่อจัดทำเป็นนิทรรศการไหลเรือไฟ และนิทรรศการครัว</strong></h4>

<h4><u><strong>นิทรรศการไหลเรือไฟ (เฮือนเฮือไฟ)</strong></u></h4>

<p>&nbsp; ประเพณีการไหลเรือไฟถือเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล ชาวจังหวัดนครพนมได้สืบทอดวิถีนี้จากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยที่ตั้งของเมืองอยู่ติดกับแม่น้ำ ทำให้วิถีชีวิตต้องเกี่ยวพันธ์กับสายน้ำ ตามความเชื่อของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำ เชื่อว่าการไหลเรือไฟทำขึ้นเพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท หรือเพื่อขอขมาแม่น้ำ และบูชาพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งชาวนครพนมจะจัดประเพณีนี้ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp;นิทรรศการแบ่งเป็น 4 ห้อง คือ 1.สืบสานประเพณี&nbsp; 2.งามตาไหลเรือไฟ&nbsp; 3.อัคคีแห่งศรัทธา และ&nbsp; 4.รวมใจไทนคร</p>

<h4><u><strong>นิทรรศการครัว</strong></u></h4>

<p>&nbsp; &nbsp;จำลองบรรยากาศครัวจวนผู้ว่าราชกาจังหวัดในอดีต เป็นครัวไทยโบราณ มีเตาอบขนมปังโบราณ ที่ครั้งหนึ่งเคยอบขนมปังให้ในหลวงรัชกาลที่ 9&nbsp;เสวย&nbsp;&nbsp;</p>

<h4><u><strong>วันและเวลาทำการ</strong></u></h4>

<p><strong>&nbsp; &nbsp;วันพุธ &ndash; วันอาทิตย์&nbsp; &nbsp;เวลา&nbsp; &nbsp;09.00 น. &ndash; 17.00 &nbsp;น.</strong></p>

<p><strong>&nbsp;&nbsp;</strong><strong>&nbsp;[&nbsp;ปิดทำการ : จันทร์ &ndash; อังคาร และเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ ]</strong></p>

<h4><u><strong>ค่าเข้าชม</strong></u></h4>

<p><strong>&nbsp; &nbsp;เข้าชมฟรี&nbsp;</strong></p>

<h4><u><strong>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;</strong></u></h4>

<p>&nbsp; &nbsp;พิพิธภัณฑ์ โทร. 08-5853-8503</p>

<p>&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;หรือ&nbsp;</strong>สำนักงานจังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่)&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ถ.อภิบาลบัญชา ต.ในเมือง &nbsp;อ.เมือง จ.นครพนม&nbsp;&nbsp;48000</p>

<p>&nbsp; &nbsp;โทร. 0-4251-1287, 0-4251-1574, 0-4251-1062&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp;โทรสาร. 0-4251-1287</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20210511f14922887769e713a5ddcd0cb2d6a48f161743.jpg' type='image/jpg' length='600795' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พญาศรีสัตตนาคราช]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/224/iid/3448</link>
<guid isPermaLink="false">b25f4bf2ff0506d9e07fc6b5ba18bccc</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 10:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>พญาศรีสัตตนาคราช</strong> เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดนครพนม ประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เทศบาลเมืองนครพนม ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคของชาวไทยและชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลปักปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนาและองค์พระธาตุพนม&nbsp;ทั้งเป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยองค์พญาศรีสัตตนาคราช เป็นตระกูลพญานาคที่สืบสายพันธุ์มาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์ และพระพุทธศาสนา จนอาจถือเป็นต้นตระกูลแห่งพญานาคทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งองค์พญาศรีสัตตนาคราชที่จังหวัดนครพนมจัดสร้างขึ้น จะหล่อด้วยทองเหลือง น้ำหนักรวม 9,000 กก. มีลักษณะเป็นพญานาค 7 เศียร&nbsp;พ่นน้ำได้&nbsp; ขดตัวอยู่บนแท่นฐานแปดเหลี่ยม ที่มีขนาดความกว้าง 6 เมตร ความสูงรวมฐาน 15 เมตร</p>

<p><strong>ตำนานพญานาค&nbsp;</strong>เป็นความเชื่อในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งชาวพุทธจะมีเรื่องที่ถูกเล่าขานต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในพุทธประวัติและเรื่องราวของเกจิอาจารย์ &nbsp;โดยพญานาค หรือ นาค มีภาษาอังกฤษ คือ King of Nagas มีรูปร่างลักษณะเป็นงูตัวใหญ่ มีหงอนสีทอง และตาสีแดง&nbsp;เกล็ดเหมือนปลา มีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมีที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ มีบุญวาสนาและความอุดมสมบูรณ์ ส่วนลักษณะตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันไป และที่สำคัญคือ พญานาคที่เป็นตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่หากเป็นตระกูลที่สูงกว่านั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียร หรือเก้าเศียร ซึ่งพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียรสมุทร ที่มีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด&nbsp; มี 1,000 เศียร มีอิทธิฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ ทั้งสามารถจะแปลงร่างเป็นเทพบุตรหรือเทพธิดาที่มีรูปร่างสวยงามได้&nbsp; ส่วนการเกิดของพญานาค จะสามารถเกิดได้&nbsp;4 แบบ คือเกิดแบบโอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที&nbsp;เกิดแบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม เกิดแบบชลาพุชะ เกิดจากครรภ์ และเกิดแบบอัณฑชะ เกิดจากฟองไข่&nbsp; ซึ่งในลุ่มน้ำโขงเชื่อว่าการเกิดมาเป็นแม่น้ำโขงเกิดจากการแถตัวของพญานาค เนื่องจากพญานาคเป็นเจ้าบาดาลเป็นผู้ให้กำเนิดน้ำ&nbsp; โดยชาวไทยริมฝั่งโขงเชื่อว่า พญาศรีสุทโธนาคราช (นาคาธิบดีสีสุทโธ)&nbsp;เป็นกษัตริย์แห่งพญานาค ส่วนชาวลาวเชื่อว่าพญาศรีสัตตนาคราช (นาคาธิบดีสีสัตตนาคบาดาล)&nbsp;เป็นกษัตริย์แห่งพญานาค ซึ่งพญานาคทั้ง 2 องค์ จะชอบมาจำศีลบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุพนม ทำให้กลายเป็นเพื่อนสนิทกันและคอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและองค์พระธาตุพนม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/2021051154a89591d15a5e803c56253b86aa977d160935.jpg' type='image/jpg' length='166886' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระธาตุพนม]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/224/iid/3449</link>
<guid isPermaLink="false">cf8c8c256ff5c109a1dd112bc23b6e89</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 10:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>พระธาตุพนม </strong>เป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของนครพนมมาแต่โบราณกาล โดยสร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธกาลประมาณ พ.ศ.๘&nbsp;ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูร ประดิษฐานอยู่บนภูกำพร้า ตั้งตระหง่านอยู่ที่ริมฝั่งโขง บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร&nbsp;อำเภอธาตุพนม ซึ่งตามตำนานอุรังคนิทานกล่าวว่าพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระอานนท์ได้เสด็จมาประทับพักแรมที่ภูกำพร้า โดยทางอากาศ และได้พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะเกิดบ้านเมืองใหญ่และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา ทั้งได้ตรัสกับพญาอินทร์ว่าตามประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพานไปแล้ว บรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า&nbsp; และเมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพาน&nbsp;พระมหากัสสปะและพระอรหันต์ 500 องค์ ได้นําพระอุรังคธาตุ&nbsp;(กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ในองค์พระะธาตุที่ท้าวพญาผู้ครองนครทั้ง 5 ได้เป็นประธานสร้างถวาย และมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงเดินทางมานมัสการ กราบไหว้บูชา ขอพรกันอยู่เสอ ด้วยมีความเชื่อสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษว่าเป็นพระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดผู้ที่เกิดปีวอก หากใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7&nbsp;ครั้ง จะถือว่าเป็น &quot;ลูกพระธาตุ&rdquo; เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1&nbsp;ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว และทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี</p>

<p>โดยองค์พระธาตุพนมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง กระทั่งวันที่ 11&nbsp;สิงหาคม 2518&nbsp;เวลา 19.39 น. ได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากมีฝนตกหนัก พายุพัดแรงติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับอง์พระธาตุมีความเก่าแก่&nbsp;ซึ่งประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ครอบฐานองค์เดิมและยังคงรักษาสถาปัตยกรรมเดิมไว้ แล้วเสร็จเมื่อวันที่&nbsp;23 มีนาคม 2522 จึงได้มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในองค์พระธาตุเช่นดั่งเดิม นอกจากนี้ยังมีของมีค่าอีกมากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุที่มีน้ำหนักมากถึง 110 กิโลกรัม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/20210511d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e161211.png' type='image/png' length='435092' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์]]></title>
<link>https://nakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/224/iid/3450</link>
<guid isPermaLink="false">46cab6c6c74cb32f5db41204279b1357</guid>
<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 10:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ที่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ภายในมีอาคารพิพิธภัณฑ์ มีอาคารจำลองบ้านเก่าของประธานโฮจิมินส์ ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านแบบเดียวกับสมัยที่ประธานโฮจิมินห์ได้มาอาศัยอยู่บ้านนาจอกในช่วงสงครามเวียดนาม เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการติดต่อประสานงาน วางแผนและเคลื่อนไหวการต่อสู้ เพื่อปลดปล่อยชาติเป็นเวลา&nbsp;7 ปีช่วงปี พ.ศ.2466 &ndash;2474 &nbsp; จึงถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญยิ่งและเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งผลให้การกู้ชาติประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีอาคารจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน สินค้า OTOP ของที่ระลึก&nbsp;มีบริการเช่าชุดอ๋าวหย่ายสำหรับนักท่องเที่ยวสำหรับใส่ถ่ายภาพเก็บบรรยากาศเป็นที่ระลึก&nbsp;</p>

<p>โดยอนุสรณ์สถานแห่งนี้รัฐบาลเวียดนามได้มอบเงินกว่า 3 หมื่นล้านด่อง หรือราวๆ 45 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2557 ให้กับจังหวัดนครพนมและสมาคมไทยเวียดนาม เพื่อจัดสร้างอนุสรณ์สถานไว้เป็นเกียรติประวัติและที่ระลึกแก่ประธานโฮจิมินห์ โดยโครงการได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2557 บนที่ราชพัสดุ 7 ไร่&nbsp;ของกรมธนารักษ์ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2559 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 126 ปี วันคล้ายวันเกิดของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonphanom.prd.go.th/th/file/get/file/202105117178a5160d6c683d5c08650c3ac78a5f170953.jpg' type='image/jpg' length='956550' />
</item>
</channel>
</rss>
