นครพนม ระดมเจ้าหน้าที่เร่งควบคุมโควิดระบาดคลัสเตอร์งานศพ หวั่นติดกลุ่ม 608 ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน

วันที่ 10 กันยายน 2564 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายแพทย์กิตติเชษฐ์ ธีรกุลพงศ์เวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ร่วมกันแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดในพื้นที่ ซึ่งในวันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทำให้จังหวัดนครพนมมียอดสะสมรวม 4,719 ราย รักษาหาย 4,429 ราย กำลังรักษาอยู่ 266 ราย และเสียชีวิต 24 ราย โดยในส่วนที่เพิ่มขึ้นมา 23 รายของวันนี้ เป็นผู้ป่วยที่มาจากพื้นที่เสี่ยง 21 ราย และผู้ป่วยในพื้นที่ 2 รายที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากคลัสเตอร์งานศพ ที่เกิดขึ้นในบ้านกุดข้าวปุ้น หมู่ที่ 3 ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมืองนครพนม

ซึ่งขณะนี้จังหวัดนครพนม ได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่สอบสวนเชิงลึกเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ โดยเบื้องต้นได้มีการสั่งปิดบ้านกุดข้าวปุ้น หมู่ที่ 3 ตำบลขามเฒ่า เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนในหมู่บ้านแล้ว และการปิดหมู่บ้านในครั้งนี้จำเป็นต้องขอใช้เงินสะสมที่ใช้ในกรณีจำเป็น มาจัดหาถุงยังชีพให้กับประชาชนจำนวน 147 หลังคาเรือนที่ต้องอยู่ในพื้นที่สั่งปิด เพราะในตำบลนี้เคยถูกสั่งปิดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่าที่มีงบประมาณจำกัดได้ใช้งบปกติไปหมดแล้วในการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ และประเด็นที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับคัตเตอร์นี้ คือ 8 รายที่พบเชื้อ มีการเดินทางไปตามพื้นที่ต่าง ๆ นอกหมู่บ้านด้วย ที่ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทีมอื่นๆ ก็ยังไม่สามารถหาต้นตอได้ว่ากลุ่มที่ติดเชื้อ ใครเป็นคนรับเชื้อมาและรับมาจากไหน มีเพียงข้อสงสัยที่น่าจะเป็นไปได้ว่ารายที่ 4,673 ที่มีอาชีพเป็นหมอนวดคลายเส้นอาจจะได้รับเชื้อมาจากผู้ที่มาใช้บริการที่มาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วไม่บอก เนื่องจากรายนี้มีการพูดคุยและสัมผัสกันระหว่างให้บริการ ทั้งผู้ติดเชื้อรายนี้จำไม่ได้ว่าให้บริการใครบ้างจึงทำให้ยากต่อการควบคุม ซึ่งถ้าไม่ใช่รายนี้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของคนนครพนม แต่ถ้าเป็นรายนี้จริงก็มีโอกาสสูงที่ผู้มาใช้บริการจะเป็นผู้กระจายเชื้อต่อไปยังบุคคลอื่น ๆ ในพื้นที่ของตนเองเพราะยังไม่มีอาการ และนั้นหมายถึงจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ทำงานยากมากยิ่งขึ้น ต้องใช้งบประมาณในการควบคุมการแพร่ระบาดในครั้งนี้เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือปัจจุบันกลุ่ม 608 ที่ประกอบไปด้วยผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มเปราะบางของจังหวัด มีการสมัครใจเข้ารับวัคซีนจำนวนน้อยกว่าจังหวัดอื่น ๆ ในเขตสุขภาพที่ 8 หากติดเชื้อขึ้นมา จะมีอาการที่รุนแรงและอาจจะเสียชีวิตได้


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :