ศูนย์ศิลปาชีพอำเภอนาหว้า “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” สืบสานพระราชปณิธาน สร้างอาชีพมั่นคงแก่ราษฎร

ศูนย์ศิลปาชีพอำเภอนาหว้า “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” สืบสานพระราชปณิธาน สร้างอาชีพมั่นคงแก่ราษฎร

นับตั้งแต่วันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2512 พระราชกรณียกิจในครั้งนั้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถศิลป์ไทย โดยมี นางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ ข้าราชการบำนาญและปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้าไหม เป็นผู้ถวายผ้าไหมนาหว้าแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยและกลายเป็นจุดกำเนิดของ “กลุ่มสมาชิกศิลปาชีพ” แห่งแรกของประเทศไทย

จุดเริ่มต้นแห่งศิลปาชีพ

นางวงเดือน อุดมเดชาเวทย์ หัวหน้าศูนย์ศิลปาชีพอำเภอนาหว้า เล่าถึงความเป็นมาว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระเจ้าลูกยาเธอทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดธาตุประสิทธิ์ ตำบลนาหว้า โดยมีราษฎร 6 คน ทูลเกล้าฯ ถวายผ้าไหมทอมือ ซึ่งเมื่อได้ทอดพระเนตร พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในความงดงามและเอกลักษณ์ของผ้าไหมพื้นบ้านนาหว้าเป็นอย่างยิ่ง จึงมีพระราชดำริให้ราษฎรทอผ้าไหมถวายเป็นประจำทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ได้ทรงโปรดให้จัดตั้ง “กลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาหว้า” เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และภายหลังเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ได้รับพระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ชาวนาหว้าในฐานะผู้บุกเบิกงานหัตถกรรมศิลปาชีพของประเทศ

การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โครงการทอผ้าไหมภายใต้พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวนาหว้าอย่างสิ้นเชิง จากชาวบ้านที่ยากจน บ้านมุงหญ้าและพื้นไม้ไผ่ กลายเป็นครัวเรือนที่มีความมั่นคง มีบ้านเรือนที่แข็งแรงและสะดวกสบาย สมาชิกในครอบครัวสามารถส่งบุตรหลานเรียนจนจบการศึกษา การทอผ้าไหมไม่เพียงเป็นอาชีพหลัก แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบสานความภาคภูมิใจของคนในชุมชน

มาตรฐานการทอและการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชประสงค์ให้มีการประกวดผ้าไหม เพื่อพัฒนามาตรฐานการทอและยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยกำหนดเกณฑ์ที่เข้มงวด ทั้งขนาดฟืม ความเรียบร้อยของริมผ้า ความสม่ำเสมอของลวดลาย และการทอที่ต้องคงคุณภาพตลอดทั้งผืน ส่งผลให้ผ้าไหมนาหว้าเป็นที่ยอมรับในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ

การสานต่อพระราชปณิธานในยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบัน กลุ่มทอผ้าไหมบ้านนาหว้ายังคงดำเนินงานอย่างมั่นคง ภายใต้การดูแลของกองทัพและการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยนาหว้าได้รับการยกให้เป็น “นาหว้าโมเดล” เป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนผ่านหัตถศิลป์ สมาชิกกลุ่มแต่ละคนมีรายได้เฉลี่ย 20,000–30,000 บาทต่อเดือนจากการทอผ้าไหม ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนถึงความสำเร็จของแนวทางการพัฒนาอาชีพตามพระราชดำริ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar