จากเหตุการณ์โกดังพลุระเบิดนราธิวาส ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนไร้ที่อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือ ขณะเดียวกันกรมการปกครอง ก็ได้มีการประกาศให้แต่ละท้องที่ตรวจสอบผู้ได้รับอนุญาต นำเข้า หรือค้า ดอกไม้เพลิงต้องแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย ซึ่งขั้นตอนการขออนุญาตตั้งโรงงานหรือโกดังเก็บพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ มีราชกิจจานุเบกษา ประกาศร่วมระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ถึงหลักเกณฑ์การควบคุมและการกํากับ ดูแลการผลิต การค้า การครอบครอง การขนส่งดอกไม้เพลิงและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตดอกไม้เพลิงที่ผู้ประกอบการจะต้องไปทำเรื่องขอ "ใบอนุญาต" สร้าง "โกดังเก็บพลุ" จากอำเภอ ซึ่งนายอำเภอจะเป็นผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต และใบอนุญาต จะมีอายุเพียง 1 ปี เท่ากับว่าผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตปีต่อปี และในรายละเอียดจะต้องมีการแจ้งชนิดของพลุ วัตถุที่เป็นส่วนประกอบ จำนวน ปริมาณอย่างละเอียด เนื่องจากถือเป็นวัตถุอันตราย หลังจากนั้น ต้องไปทำเรื่องแจ้งเทศบาล หรือ อบต. ซึ่งจะดูและเรื่อง พ.ร.บ.การสาธารณสุข กรณีกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ส่วน อุตสาหกรรมจังหวัด จะดูแล พ.ร.บ.วัตถุอันตราย หลังจากผู้ประกอบการแจ้งแล้ว จะต้องมีเจ้าหน้าไปตรวจสอบ "โกดังเก็บพลุ" การครอบครองวัตถุอันตราย
อย่างไรก็ตามการจะได้รับ "ใบอนุญาต" โกดังเก็บพลุ ดอกไม้ไฟ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน คือหลักเกณฑ์ควบคุมและกำกับ ดูแลการผลิต การค้า การครอบครอง และการขนส่ง ตามประกาศกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2547 กำหนดไว้ เริ่มตั้งแต่ อาคารสถานที่หรือบริเวณที่ใช้ในการผลิตดอกไม้เพลิง ต้องตั้งอยู่ในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน โรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงมหรสพ วัดหรือศาสนสถาน โรงพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการของหน่วยงานรัฐและอาคารอื่น ๆ มีระยะห่างจากแนวรั้วหรือแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 20 เมตรโดยรอบ และต้องเตรียมพื้นที่ไว้เผื่อกรณีที่ชุมชนขยายตัวเข้ามาใกล้โรงงานห้ามเข้าใกล้ในรัศมี 100-500 เมตร ขึ้นอยู่กับปริมาณดอกไม้ไฟหรือพลุในโกดัง ส่วนตัวอาคาร "โกดังเก็บพลุ" ต้องเป็นเอกเทศ 1 ชั้น ไม่มีชั้นลอย ไม่มีชั้นใต้ดิน ก่อสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ มั่นคงแข็งแรง ป้องกันไฟที่เกิดจากภายนอกและการลุกลามของไฟภายในได้ มีสายล่อฟ้า หลังคารองรับแรงอัดระเบิด และต้องมีการระบายความร้อนที่เหมาะสม มีทางออกฉุกเฉินที่เปิดออกได้ง่ายและเพียงพอหรือมีอย่างน้อย 2 ทิศทางนอกเหนือจากทางเข้าออกปกติและทำเครื่องหมายชัดเจน ต้องมีป้ายข้อความหรือสัญลักษณ์ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้าทำให้เกิดประกายไฟ ฯลฯ ติดไว้ในที่ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน ท่อหรือรางเพื่อระบายน้ำในอาคารและน้ำฝนต้องเป็นท่อหรือรางปิดมิดชิด ในระยะ 15 เมตร รอบอาคารต้องปราศจากวัชพืชและวัสดุที่ติดไฟได้ และห้ามมีการพักอาศัยในอาคาร สถานที่หรือบริเวณที่ใช้ในการผลิตดอกไม้เพลิงโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของเครื่องจักรอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่ต้องติดตั้งเป็นชนิดทนการระเบิดและป้องกันการเกิดประกายไฟได้เท่านั้น ต้องต่อสายดินและต่อฝาก ต้องได้รับการตรวจสอบรับรองจากวิศวกรไฟฟ้าเป็นประจำทุกปี ส่วนกระบวนการผลิตดอกไม้เพลิงก็ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ต้องป้องกันการระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด